[SF] Anxious TAO*KACHA AF8
posted on 04 Dec 2011 01:25 by zerohour98 in FictionAnxious
.
.
.
ตึกตัก ... ตึกตัก ... ตึกตัก ...
ทำไมหัวใจเต้นแรงขนาดนี้เนี่ย !!! คนตัวเล็กจับที่หน้าอกของตัวเองก่อนจะค่อยๆตบให้มันสงบลง ... คชา ถ้าหัวใจจะเต้นแรงเวลามองเต๋าขนาดนี้ล่ะก็ ...
ให้ตายเถอะ ... ไม่เคยคิดเลยว่าไอ้หน้าเอ๋อๆถ้าได้จ้องมองดีๆแล้วโคตรหล่อเลย ไหนจะผิวที่ขาวเกินมนุษย์ปกตินั้นอีกล่ะ มีเสน่ห์ชะมัด ตาคู่นั้นด้วยทำไมมันถึงได้ดึงดูดให้จ้องมองเข้าไปแบบนี้
“พี่คชา ...” เสียงนุ่มเอ่ยเรียกชื่อคนที่แอบอยู่หลังมุมของกำแพง ... แต่คนถูกเรียกก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ ไม่สิไม่ได้ยินมากกว่า “พี่คชา ...”
เอ่ยเรียกอีกครั้งเผื่อว่าที่เรียกไปเมื่อกี้จะเบาเกินไป ... แต่ก็เหมือนเดิม คชาไม่ขยับเลย ดวงตายังคงจ้องมองไปยังร่างสูงขาวจัดที่นั่งแต่งหน้าทำผมอยู่ในห้อง
“ไอ้พี่เป็ดเว้ย !!!” คราวนี้คนเรียกตะโกนใส่หูดังลั่น ... ไม่ได้ยินก็ให้มันรู้ไปสิวะ !!!
“อะไร ?” คนถูกเรียกหันไปหาคนที่อยู่ข้างหลัง “อ้าว ... เฟรมมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เมื่อกี้”
“หรอ ... แล้วทำไมพี่ไม่เห็นวะ” คนตัวเล็กเกาหัวทำงง
“ถ้าพี่เห็นผมก็แปลกแล้ว ... เล่นจ้องที่เต๋าไม่วางตาแบบนั้นพวกพี่ทีมงานเดินผ่านไปสามสี่คนพี่ยังไม่รู้สึกเลยนิ” เฟรมร่ายยาว ทำเอาคนที่มองไม่วางตาเมื่อกี้ทำหน้าไม่ถูก ...
“มองอะไร มั่ว ไม่มี๊ !!!” คชาแก้ตัวเสียงสูง “พี่มองไปเรื่อยเหอะ”
“เหอะ ... จะให้ผมเชื่อปะพี่” เฟรมยิ้มมุมปากกวนๆแล้วเดินออกมาจากมุมกำแพงเข้าไปในห้องแต่งตัว ... คำพูดของเฟรมทำเอาคชาถึงกับใบ้กินไปชั่วขณะเลยทีเดียว ...
แล้วก็กว่าจะเรียกสติกลับมาได้ทีมงานในห้องถึงกับต้องเดินมาตามให้เข้าไปแต่งหน้าทำผมนั้นแหละ ..
“อ้าวพี่คชา เลิกซุ่มดูพี่เต๋าอยู่ข้างนอกแล้วหรอ?” เฟร๊มมมม ... ถ้าจะพูดขนาดนี้ไม่เอามีดมาปาดคอเลยเหอะว่ะ!!
เฟรมพูดจบก็ตามด้วยเสียงโฮ่ร้องของคนทั้งห้องพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ...
“ซุ่มอะไร ... ไม่ได้ซุ่ม” คนตัวเล็กว่าแล้วเดินมาเพื่อนั่งเก้าอี้ที่ว่างซึ่งพี่ช่างแต่งหน้าเป็นคนจัดไว้
แล้วจะเรียกว่ามันโชคดีไหมวะที่ไอ้เก้าอี้นี่มันดันติดกับเก้าอี้ของคู่กรณีอีกคน แค่นั่งหันหลังให้กันเท่านั้นเอง ... คชาเดินขาสั่นเข้าไป ... เป็นครั้งแรกที่ไม่มั่นใจตัวเองขนาดนี้
มันเกิดอะไรขึ้นกับเค้าเนี่ย !!!
คิดอยู่ในใจ โว้ยวายอยู่ในใจคนเดียว ไม่มีใครรู้หรอก ถ้าไม่ได้สังเกตสีหน้าถ้าทางของเค้าอ่ะนะ
เก้าอี้ไม่มีพนังพิงตัวเล็กตั้งใกล้กับโต๊ะที่เหมือนกับจัดไว้เป็นห้องประชุมถูกล้อมไปด้วยกระเป๋าใบโตๆหลายใบ ... มันเป็นของช่างแต่งหน้าบ้าง และเป็นของศิลปินบ้างปะปนกันไป ... มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยที่จะวางของระเกะระกะแบบนี้วันอื่น ... แต่ไม่ใช่วันนี้
ขาเรียวที่สั่นอยู่แล้วเป็นทุนเดิมเมื่อรู้ว่าต้องนั่งตรงไหนเดินเตะกระเป๋าทุกใบที่วางกองอยู่ ... จนใบสุดท้ายที่เป็นเป้สีเขียวเข้มนั้นแหละที่เต็มเข้าอย่างจังจนตัวเองต้องเสียหลัก
“เฮ้ย !!!” คชาร้องเสียงหลงเมื่อพบว่ากำลังจะล้มลงไปกองกับพื้น
โครม!!!
เสียงเก้าอี้กับข้าวของบนโต๊ะตัวยาวถูกกวาดลงมากองอยู่กับพื้นบนตัวของคนซุ่มซ่ามทำให้คนทั้งห้องต้องหันกลับมามอง ... ไม่เว้นแม้แต่คนหน้าหล่อที่นั่งแต่งหน้าอยู่ด้วย
ดวงตาคมสวยจ้องมองเค้าด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ... คชาสบเข้ากับตาคู่นั้นอย่างจังเมื่อเงยหน้าขึ้น
โอ้ยพระเจ้า !!! ได้โปรดอย่ามองชาอย่างนี้เต๋า ... !!!
“น้องคชา เป็นไงมั่ง?” พี่ผู้ช่วยช่างทำผมเดินเข้ามาหาแล้วพยายามจะช่วยดึงร่างเล็กให้ลุกขึ้น แต่ข้าวของที่กระจายอยู่รอบตัวและบนตัวเค้ามันทำให้ไม่ง่ายแบบนั้น
“พี่ครับเก็บของออกมาก่อนดีกว่า ... เดี๋ยวชาลุกขึ้นมาแล้วจะสะดุดเข้าอีก” เสียงทุ้มหล่อที่แม้ว่าเวลาร้องเพลงจะเพี้ยนทำให้ใบหน้าน่ารักแดงซ่านขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
รู้จักกันมาก็มากกว่าห้าเดือนเข้าไปแล้ว ... จะมาหน้าแดงตอนได้ยินเสียงอะไรวันนี้วะเนี่ย !!! คช๊า !!!
คนตัวเล็กกรีดร้องบอกตัวเองในใจ ... ทั้งพยายามหยิบอุปกรณ์การแต่งหน้าสารพัดที่อยู่บนตัวออก ... เพื่อนคนอื่นก็พาคนเข้ามารุมมองเช่นกันแต่ไม่ยักกะมีใครอาสาเข้ามาช่วยจนกระทั่ง ...
“มาเดี๋ยวเต๋าช่วย ...” คนตัวโตหล่อจัดอาสาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ทั้งที่ตัวเองยังเพิ่งจะเริ่มแต่งหน้าทำผมไปเมื่อกี้ ...
“มะ ... ไม่ ... ไม่เป็นไร ...” เสียงหวานเอ่ยสั่นเครือเหมือนคนกังกลัวอะไรซักอย่าง ... มือไม้ไม่รู้จะเอาไปกองไว้ตรงไหนดีมันดูเก้ๆกังๆไปหมด หยิบอะไรก็หลุดมือเมื่อได้อยู่ใกล้คนโคตรหล่อขนาดนี้
“ชามือสั่นนะ ... หน้าซีดด้วยเป็นอะไรหรือเปล่า?” เต๋าเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ... คชารีบส่ายหน้าปฏิเสธแทบจะทันที
“สะ ... สบายดี ... ไม่ ... ไม่มีอะไร ...” จากคนที่ไม่เคยพูดจาติดขัดเลยวันนี้กลับเป็นอะไรไปก็ไม่รู้ เหมือนคนลืมภาษาไทยขึ้นมาซะเฉยๆ
“แต่เต๋าว่าน่าจะมีไข้นะ ... ไหนขอจับตัวหน่อย ...” พูดจบมือเรียวขาวก็ทาบลงที่ข้างแก้มแผ่วเบาเพื่อวัดอุณหภูมิจากนั้นก็เลื่อนลงมาที่บริเวณคอ ก่อนจะสัมผัสเข้าที่หน้าผาก ...
คนถูกวัดอุณหภูมิเมื่อรู้สึกตัวว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมกับอีกคนแค่ไหนก็รีบยกมือขึ้นปัดมือของอีกฝ่ายออกอย่างแรงจนทำให้มือของเต๋าไปฟาดเข้ากับขอบโต๊ะดัง ปึ๊ก!!!
“โอ้ย !” คนตัวสูงร้องออกมาเบาๆ ... คชาที่เห็นว่าตัวเองทำอะไรลงไปก็รีบดันตัวลุกขึ้น
“ขอโทษ!!!” คนตัวเล็กตะโกนเสียงดังแล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องไปทันที ...
ทิ้งไว้แต่ความสงสัยให้คนทั้งห้องว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับคชา ... !!!
.
.
ทันทีที่ก้าวเข้ามาสู่ระยะปลอดภัยต่ออัตราการเต้นหัวใจของตัวเองคนตัวเล็กก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นทั้งหอบหายใจแรงแล้วจึงยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองซะยุ่งอย่างขัดใจ ... ทำไมวันนี้ถึงไม่เป็นตัวของตัวเองได้ขนาดนี้วะคช๊า !!!
“อ้าวคชา ... มานั่งทำไมตรงนี้วะ” ต้นที่เดินผ่านมาคาดว่าคงเพิ่งออกมาจากห้องน้ำสะกิดทักคนที่นั่งก้มหน้าขยี้ผมตัวเองจนยุ่ง
คนถูกทักเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาแดงกล่ำเหมือนคนกำลังจะร้องไห้
“โต้นนนนนนนน” เสียงหวานเรียกเหมือนคนต้องการความช่วยเหลือ
“เฮ้ยชา ... เป็นไรปะเนี่ย” ต้นทรุดตัวลงนั่งข้างทั้งโอบไหล่อย่างให้กำลังใจทั้งที่ตัวเองก็ยังงงอยู่ว่าอีกคนเป็นอะไร ...
“ไม่รู้อ่ะ ...” คชาขยี้ผมตัวเองอีกรอบ คราวนี้แรงกว่าเดิมจนต้นต้องดึงมือลงพร้อมกับร้องห้าม “โอ้ยย ... หงุดหงิดเว้ย”
“เฮ้ย พอๆๆๆ ... ถ้าแกยังมัวขยี้หัวแบบนี้ก็ไม่หายหงุดหงิดหรอกเว้ย!!!”
“แล้วจะให้ทำยังไงเล่า!!!” คชาตวาดเสียงดังเมื่อรู้ตัวว่าหลุดออกไปก็ทำหน้าจ๋อย ... ต้นกรอกตาไปมาแล้วค่อยหันมามองก่อนจะพูดเสียงจริงจัง
“แล้วสรุปแกเป็นบ้าอะไร ... จะบอกไหมไม่บอกชั้นจะได้ไป”
“งื้อ ...” คชากัดริมฝีปาก ลังเลไม่รู้จะบอกดีไหม
“งื้ออะไร ... ไม่บอกจะไปแล้วนะเว้ย” ต้นเตรียมจะลุกขึ้นแต่มือเรียวเล็กก็ดึงชายเสื้อเอาไว้ก่อน
“นั่งก่อนดิจะบอกแล้ว” กัดริมฝีปากแล้วย่นจมูก ...
“ว่ามาเร็วๆ อย่าเวิ่นนะ”
“คือแบบถ้าบอกแล้ว ... อย่าบอกใครนะ ...” คชาพูดเสียงเบา “เอาหูมาดิ๊” ต้นยื่นหน้าเข้าไปใกล้ตั้งใจฟัง “คือแบบ .. ชา คิดว่า ...”
“คิดว่า ...?”
“ชาชอบ ...” คนตัวเล็กกลั้นใจแล้วค่อยพูด “ชอบเต๋าอ่ะ ... งื้อ ....”
พูดจบก็ก้มหน้ากอดเข่าตัวเองร้องคร่ำครวญงุ้งงิ้งอยู่คนเดียว ... ส่วนคนที่เพิ่งได้ฟังความลับไปเมื่อกี้ถึงกับอ้าปากเหวอแล้วพูดเสียงแผ่วทั้งเอามือปิดปากตัวเอง
“โอ้ว มายก๊อท ...”
“ก๊อทก็ช่วยไม่ได้แล้ววว ... ฮื้อออออ” ... ก็จริงอ่ะ วินาทีนี้ใครก็ช่วยไม่ได้แล้ว ...
“จริงๆแกชอบแกก็บอกเค้าไปดิ ...”
“ถ้ามันบอกง่ายก็บอกไปแล้ว ...”
“แล้วมันบอกยากยังไงวะ ...” คราวนี้เป็นต้นที่เกาหัวอย่างงงๆ
“ก็แบบ เรื่องมันมีอยู่ว่า ...” ถอนหายใจแรง ... “ ... คือแค่เข้าใกล้ก็ทำใจไม่ได้แล้ว”
“What ?!”
“เดี๋ยวดิๆ ... กำลังจะเล่าต่อ ... แบบแค่เข้าใกล้อ่ะก็ควบคุมตัวเองไม่ได้อ่ะ ... แล้วเมื่อกี้ ...” ทิ้งเว้ยช่วงว่างให้คนฟังแทบจะกลั้นหายใจ ...
“โอ้ว ... อย่าบอกนะว่าแกควบคุมตัวเองไม่ได้ ...” คนควบคุมตัวเองไม่ได้พยักหน้างึกๆ “มายก๊อท ... คชา ... แกควบคุมตัวเองไม่ได้เลยกระโดดปล้ำเต๋าต่อหน้าเพื่อนๆใช่ไหม !!!?”
“ไม่ช่าย !!!!!!”
“เออ ... รู้หรอกแค่ล้อเล่น” ต้นยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมยุ่ง “ไม่อยากให้เครียดไง ...”
คนตัวเล็กกัดปาก รู้สึกเหมือนคนถูกแกล้ง ... ก่อนจะเผลอยิ้มกว้างออกมา
เอาวะ ... อย่างน้อยก็ผ่อนคลายไปได้สักพักล่ะ ...
“คชา ...” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อคนที่ยิ้มกว้างอารมณ์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
ไม่มีใครรู้ว่าเต๋าเดินออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ... ไม่รู้ว่าเต๋าได้ยินอะไรไปบ้าง ... ทันทีคนถูกเรียกเมื่อครู่ก็ปรับสีหน้าเป็นเครียดและนิ่ง ... แต่หากคนตัวสูงคงไม่รู้ว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นหัวใจมันเต้นแรงขนาดไหน มือมันสั่นขนาดไหน ...
ถ้าหากจะมีคนที่รู้ก็คงจะเป็นต้นนั้นแหละที่นั่งข้างกัน ...
“ออกมาทำไมอ่ะเต๋า ...” ต้นเป็นคนเปิดประเด็นแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะดึงคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นตามมา
“มาตามคชา ... เมื่อกี้เห็นเหมือนไม่สบาย ... แต่ตอนนี้ ...” เต๋ามองต่ำลงไปยังมือของต้นที่จับแขนคชาเอาไว้ ... ทั้งเลิกคิ้ว ... “คงไม่เป็นไรแล้วมั้ง ...”
พูดจบก็หันหลังเดินจากไปทันที ... คนตัวเล็กที่แทบจะกลั้นหายใจมาตลอดเวลาที่บทสนทนาสั้นๆดำเนินไปลอบถอนหายใจออกมา ...
“เฮ้อ ...” คชายกมือขึ้นลูบอกตัวเองเป็นการปลอบใจ
“คชา ...” ต้นเรียก ... “ถามอะไรอีกอย่างดิ ...”
“หืม?” คนถูกถามเลิกคิ้วสูง
“แกเริ่มชอบเต๋าตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ...” ทันทีที่ได้ฟังคนถูกถามถึงกับอ้าปากค้าง ... หาเสียตัวเองไม่เจออยู่พักใหญ่จนต้นต้องเอามือตบข้างแก้มเบาๆ
“คือ ... เอ่อ ... ไม่รู้ดิ ... ไม่แน่ใจ ...”
“อื้ม ...” ต้นเหมือนทำท่าคิดอยู่สักพักแล้วดีดนิ้วก่อนจะหันมาพูดต่อ ... “เอางี้ ต่อไปนี้ชั้นจะช่วยชงเอง ...”
“อย่าเลย ... เดี๋ยวเป็นเรื่อง ...” คชาทำหน้าเครียดขมวดคิ้ว
นิ้วเรียวของต้นดันคิ้วยุ่งๆนั้นขึ้น “ไม่หรอกเชื่อมือชั้นสิ ...”
พูดจบก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ... คชามองอย่างไม่แน่ใจแต่ก็ไม่อยากขัดอะไรมากเลยพยักหน้าส่งๆไปว่าอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ
... แน่ล่ะ ก็ตัวเค้าอ่ะรู้ดีจะตายว่าแค่ใกล้เต๋า เค้ายังอาการหนักขนาดนี้ ต้องรีบถอยห่างออกมา เก่งแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้หรอก ...
.
.
ทั้งต้นและคชาเมื่อตกลง(?)กันได้ก็พากันเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวอีกรอบ ... คราวนี้เหลือเพียงคชาคนเดียวที่ยังไม่ได้จัดการอะไรกับตัวเองเลยทั้งแต่งหน้าทำผมหรือกระทั่งแต่งตัว
“อ้าวน้องคชามาแล้ว ...” พี่ช่างทำผมร้องทักเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนั่งประจำที่เรียบร้อย ข้าวของที่คชาทำตกทั้งหมดถูกเก็บกวาดไปแล้วรวมทั้งกระเป๋าที่วางระเกะระกะนั้นด้วย ...
“เอ่อ ... เมื่อกี้ผมขอโทษด้วยนะครับ ...” ทันทีที่พี่ทีมช่างเดินเข้ามาเพื่อจัดการกับเสื้อผ้าหน้าผมคนตัวเล็กก็เอ่ยขอโทษทันที “พอดีผมมึนๆหัวน่ะครับ ... สงสัยจะนอนน้อย ...”
“แน่ล่ะ “แรมต่ำ” เอ้ย” จอยตะโกนจิกกัดตามสไตล์ข้ามห้องมา คชาไม่ได้ตอบโต้อะไรเพียงแค่หันไปมองแล้วทำพูดแบบไม่มีเสียงว่า ... ลั่น ... แค่นั้นก็ทำให้จอยเงียบลงได้แล้ว ...
“นี่แน่ะ ... หายไปตั้งนานดีนะวันนี้งานสายหน่อยแต่งหน้าแต่งตัวช้าได้ไม่เป็นไร ...” พี่ช่างแต่งหน้าที่เริ่มลงรองพื้นพูด ..
“ขอโทษอีกทีพี่ ...” คชาว่าพร้อมทำหน้าสำนึกผิด ..
“แหม ... ไม่ต้องทำหน้าซึนขนาดนั้น ... แค่นี้ก็น่ารักจะแย่แล้ว ... ไม่น่าน้องเต๋าถึง ...”
“พี่ครับ” เสียงเต๋าแทรกขึ้นมาทั้งที่พี่ช่างแต่งหน้ายังพูดไม่จบ ... คชาหันไปมองคนข้างหลังด้วยหางตา ... ก็ไม่กล้ามองเต็มๆกลัวควบคุมตัวเองไม่ได้ เดี๋ยวทำงานล่มของพังอีก ...
คนตัวสูงขมวดคิ้วแน่นทั้งกัดริมฝีปากล่างน้อยๆ ... คชารู้ดิเต๋าเป็นแบบนี้ตอนที่ตื่นเต้นแล้วก็คิดมาก ... แล้วตอนนี้เต๋าตื่นเต้นหรือคิดมากล่ะ ...
“คชา ...” เสียงต้นที่นั่งอยู่อีกฝั่งของห้องเรียกชื่อคนตัวเล็กเสียงหวาน ...
“ห๊ะ” แม้แต่คนถูกเรียกเองยังตกใจ ... ทำเสียงได้น่าขนลุกมาก !!!
“ไม่มีอะไร ... เรียกเฉยๆ” คุณนายท่านว่าแล้วยกไหล่ไม่สนใจก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนคนอื่นต่อ ...
ส่วนคนตัวเล็กน่ะหรอ ... หน้าเหวอไปด้วยความงงแล้ว ...
“พี่ครับ ... ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมไปรอข้างนอกก่อนนะ ...” เสียงต่ำที่แม้จะไม่ได้เห็นหน้าคนพูดก็แสดงชัดเจนว่ามันมีความไม่พอใจปนอยู่ด้วย ...
“น้องเต๋าเป็นอะไรไป ...”
“เต๋าเป็นอะไรหรอครับ?” คชาเลิกคิ้วถาม
“ก็เมื่อกี้ยังอารมณ์ดีๆอยู่เลย แต่พอออกไปตามน้องคชากลับมาก็ดูโกรธๆ เมื่อกี้หน้าหงุดหงิดมากเลย ...”
“หรอครับ ...” พูดไปก็ทำหน้าคิดไปด้วย ...
... หรือเต๋าจะไม่พอใจที่เค้าทำซุ่มซ่ามใส่ ...
.
.
เพียงเวลาไม่นานการจัดการคชาทั้งเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม แน่ล่ะก็ช่างมารุมเค้าตั้งสามคนขนาดนี้ ไม่เสร็จไงไหว? ... และเมื่อทุกอย่างเสร็จไวกว่าที่คิดทั้งหมดจึงต้องนั่งรอให้เวลาผ่านไปเฉยๆ ... ทุกคนไม่มีปัญหาในการนั่งรอยกเว้นเสียแต่คนตัวเล็ก ...
คชานั่งกระสับกระส่ายมองซ้ายมองขวา ... ก็เต๋าอ่ะเดินออกไปข้างนอกตั้งนานแล้วนี่นา ...
“ดูดู๊ ... พออยู่ใกล้เค้าก็วิ่งหนี ... พอเค้าไม่อยู่ก็มองหาเนอะ !” ต้นที่เดินมาจากไหนไม่รู้เอ่ยแซวเบาๆ “ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนหน่อยสิ ...”
“เพิ่งไปมาเมื่อกี้เนี่ยนะ ...” มองอย่างสงสัย
“เออ ... จะไปอีก ...” ไม่ว่าเปล่าคราวนี้ดึงคนตัวเล็กให้เดินตามออกมาด้วย ... แต่พอจะก้าวพ้นประตูออกมาก็ต้องเจอเข้ากับร่างสูงของใครคนนึงยืนขวางอยู่ ...
เพียงแค่เห็นคชาก็ถึงกับยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อเบาๆ ... แค่เห็นไม่ถึงสิบวิก็ทนอยู่ใกล้ไม่ได้แล้ว ...
“ปะ ... ไป ... ไปห้องน้ำกันเหอะ ...” คชาว่าแล้วรีบลากต้นให้ผ่านประตูออกมา แต่ต้นสะบัดมือออกแล้วค่อยพูด
“ไม่ปวดแล้วอ่ะ ... เต๋าพาคชาไปห้องน้ำแทนทีดิ”
“เฮ้ย!!!” คนตัวเล็กร้องเสียงหลง “งั้นไม่ไปแล้ว”
“ไปเหอะ ... อั้นไว้ไม่ดี ...” ต้นพูดแล้วก้มหน้ากระซิบให้ได้ยินแค่สองคน “ฝึกอยู่กับเต๋าไว้จะได้ชิน ... แกจะได้บอกชอบมันสักทีไง ...” ว่าแล้วก็ขยิบตาให้ทีนึง ดันหลังคนตัวเล็กแล้วปิดประตูกระจกใส่
“ไปสิ ... จะเข้าห้องน้ำไม่ใช่หรอ ...” เต๋าว่าแล้วเดินนำออกไปก่อน ... คนตัวเล็กเดินตามไปอย่างไม่มั่นใจนัก ... จะก้ามขาซ้ายทีมือซ้ายก็ดันแกว่ง ก้าวขวามือขวาก็ดันแกว่ง ... ท่าเดินของคชาเลยดูประหลาดไม่น้อยเลย
... ไม่รู้ว่าห้องน้ำมันอยู่ไกลกว่าทุกทีหรือไง วันนี้ถึงเดินไปไม่ถึงซักที ...
ขาเรียวก้าวไปข้างเดียวกับที่มือแกว่งใบหน้าก้มไม่ยอมมองห่างออกไปเกินครึ่งก้าว ... นั้นแหละที่ทำให้ในที่สุดคนตัวเล็กก็ชนเข้ากับอะไรบางอย่าง ...
คชาเงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้มแหย ... เค้าคงรู้สึกดีใจมากกว่านี้ถ้าที่เค้าเดินชนเมื่อกี้มันเป็นกำแพงหรือประตูซักบาน ...
แต่นี่เป็นผู้ชายตัวเป้งๆเลยครับ ...
“ขะ ... ขอโทษ ...” เอ่ยพูดขอโทษเสียงแผ่วแล้วพยายามเดินเลี่ยงออกไป ... แต่เต๋าก็จักการคว้าเข้าที่แขนเล็กแล้วกึ่งจูงกึ่งลากไปจนถึงห้องน้ำ
คชาถูกดันหลังให้เข้าไปในห้องน้ำห้องแรกสุด ...
ทันทีที่ประตูปิดลง เจ้าตัวก็กระโดดดีใจเหมือนเด็กๆซ้ำยังลูบไปที่แขนตัวเองที่ถูกคนตัวโตจับเอาไว้ ... แม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เต๋าถูกตัวคชา ... แต่มันเป็นครั้งแรกที่คชาดีใจจนคุมไม่อยู่แบบนี้ ...
“ชา ...” เสียงนุ่มดังมาจากด้านหลังของประตูห้องน้ำ ... คนถูกเรียกกัดริมฝีปากอยู่สักพักไม่แน่ใจว่าจะเอ่ยตอบไปดีไหม นั้นทำให้เต๋าต้องเรียกชื่อนั้นซ้ำอีกรอบ ... “ชา ...”
“หะ ... ฮะ??” ตอบไปแล้ว ตอบไปแล้ว คชากำมือแน่นทุบเข้าที่กำแพงห้องน้ำเบาๆ
“วันนี้ชาเป็นอะไร ...” คนถูกถามอ้าปากเหวออยู่ในห้องน้ำเมื่อเจอคำถามนี้
... แล้วจะให้ตอบยังไงล่ะ ... เป็นคนที่ชอบเต๋าหรอ ... เสี่ยวไปไหม ... เพลียเหลือเกิน ...
“ปะ ... เปล่านี่ ...” ตอบเสียงติดขัด
“แล้วทำไมชาต้องหลบหน้าเต๋าด้วย ...” ว่าทำถามเมื่อกี้ตอบยากแล้วนะ คำถามนี้ตอบยากกว่าอีกอ่ะ ...
“มะ ... ไม่ได้หลบนะ ...”
“แน่ใจ?”
“นะ ... นะ ... แน่สิเว้ย ...” คนในห้องน้ำพูดอย่างไม่เต็มเสียงนัก ทั้งหันหลังให้ประตูกลั้นหายใจ ... ก็มันตื่นเต้นอ่ะ วันนี้ทั้งวันไม่ได้พูดกับเต๋าหลายประโยคแบบนี้เลย นี่ครั้งแรกของวันนี้เลยนะ ...
“แน่ใจหรอ?”
“แน่ ..” คชาพูดเสียงเบา ... เพราะรู้สึกว่าเสียงที่ถามมันเบาเหมือนอยู่ใกล้แค่นี้เอง ... เหมือนคนพูดอยู่ข้างหลังเลย ...
“งั้นหันมามองหน้าหน่อยสิ ยืนยันว่าชาไม่ได้หลบหน้าเต๋า ...” เพียงเท่านั้นแหละคนที่ยืนหันหลังประตูถึงกับเบิกตากว้างหันไปมองทันที ทั้งเซไปข้างหลังเพราะพื้นที่แคบของห้องน้ำไม่มีที่มากพอให้ตั้งหลักเวลาปิดตัวกลับมา ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อยืนกันสองคนแบบนี้ ...
คนตัวเล็กเซไปแทบจะล้มลงบนชักโครก ... แต่อีกคนที่อยู่ในนั้นก็คว้าเอาไว้ได้ทัน
“เต๋า ... เข้ามาได้ไง” คชาว่า คราวนี้ไม่มีพูดติดขัดอีก ...
“ก็ชาไม่ได้ล็อคประตู ...” พูดแล้วยักคิ้วให้กวนๆหนึ่งที “นี่ชา ... จริงหรือเปล่า เรื่องที่บอกต้นน่ะ ...”
คนถูกถามอ้าปากหวออย่างตกใจ ... ก็บอกแล้วไงว่าไม่ให้บอกใคร ... นี่บอกตัวต้นเรื่องเลยนะ ... !!!
“บอกต้น ... บอกเรื่องอะไร ไม่มี๊ ...” คนจนมุมพยายามพูดแก้ตัวแต่ยิ่งน้ำเสียงสูงท้ายประโยคแบบนั้น คนฟังคงยากที่จะเชื่อว่ามันไม่มีจริงๆ
“น้ำเสียงสูงขนาดนี้เชื่อได้หรอ?” เต๋าว่า แล้วค่อยดึงคนตัวเล็กออกมาจากห้องน้ำไปยังอ่างล้างหน้า ...
“ชะ ... เชื่อได้ ... เชื่อได้ ...” คชารีบพยักหน้างึกๆอย่างแรงจนคนมองหลุดขำออกมา
“ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้มั้ง ...” เต๋าพูดยิ้มๆ “ชา ...”
คราวนี้เต๋าเอ่ยพูดเสียงแผ่ว ซ้ำยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจที่รดต้นคอ ... คชาหลับตาปี๋ไม่กล้ามอง มือไม้ขยับไปไหนไม่ได้เหมือนโดนสาปยังไงอย่างนั้นเลย ...
“แค่ชอบเต๋า ... บอกกันตรงๆก็ได้ ... ไม่เห็นต้องเขินเลย ...” คนตัวสูงกว่าแล้วจุ๊บเบาๆเข้าที่แก้มเนียนใส
คนถูกจุ๊บน่ะหรอจากที่หลับตาคราวนี้เบิกตากว้างอย่างตกใจ ซ้ำยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ ... แต่พอเห็นสีหน้าของคนที่เพิ่งถอยห่างออกไปความเขินน่ะก็แทบจะเปลี่ยนเป็นความโกรธเลย ...
“ชอบอะไร ใครชอบ ไม่มี ... ขี้โม้ หลงตัวเองเว้ย ...”
“ชาชอบเต๋า ... ไม่ใช่หรอ ?? หืม?” คนตัวโตว่า ...
“ไม่ได้ชอบอย่ามามั่ว ...” คนตัวเล็กกว่าทำแก้มป่องพองลมอย่างขัดใจนิดๆ ความเขินเมื่อกี้หายไปแล้ว ... รวมทั้งอาการควบคุมตัวเองไม่ได้ด้วย ... เออ สงสัยที่ว่าอยู่กับเต๋าบ่อยๆเดี๋ยวอาการก็หายไปเองท่าจะจริงแฮะ ...
“งั้น ... ถ้าชาไม่ชอบเต๋า ... แล้วทำไมเวลาเต๋าอยู่ใกล้ๆ ต้องหน้าแดงด้วยอ่ะ ...” ร่างสูงผิวขาวจัดไม่พูดเปล่ายกมือขึ้นลูบแก้มที่ตอนนี้แดงระเรื่อด้วยความที่จะเรียกว่า “เขิน” อย่างเต็มปากก็คงได้ล่ะมั้ง ...
“อากาศมันร้อนเต๋า ... อากาศมันร้อน ...” พูดพร้อมทำท่าเป่าปากเอามือพัดบอกว่าตัวเองร้อน ...
“งั้น ... ถ้าไม่ใช่ ... แล้วทำไมมือต้องสั่นด้วย ...” คราวนี้ฉวยมือเรียวมากุมเอาไว้
“หนาวไงหนาว ... มือสั่นเลย เย็นด้วย ...” คชาว่า ...
“เอ ... สรุปเอายังไงแน่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ...”
“เอ่อ ...” คนตัวเล็กที่ถูกต้อนจนจนมุมหันซ้ายหันขวาเหมือนพยายามจะหาตัวช่วย ... “ก็ ... แบบ ร้อนๆหนาวๆไงเต๋า ... เหอะๆ”
ตอบกลับไปทั้งที่ก็รู้ว่ามันฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย ...
“ไม่ต้องแก้ตัวหรอกชา ... ชอบเต๋าแล้วชาอายหรอ เลยไม่กล้าบอกใคร ... ชักน้อยใจเหมือนกันนะ ..” ไม่ว่าเปล่าทำหน้าเศร้าไปด้วย
“ไม่ใช่แบบนั้น ... ชาไม่อายนะที่ชอบเต๋า ... เฮ้ย !!!” เมื่อรู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรออกไปเจ้าตัวเล็กก็ตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทัน แต่แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ
ร่างสูงยิ้มออกมาอย่างพอใจ ... ก็แค่นี้พูดยากตรงไหน?
คชาพ่นลมหายใจออกจากปาก เริ่มที่จะทำให้ได้ ... คำพูดน่ะพอมันหลุดออกจากปากไปแล้วเรียกคืนไม่ได้หรอก ...
“เออ ... ชอบก็ชอบวะ ...” พูดไปก็ขยี้ผมที่ถูกจัดมาเป็นทรงอย่างดีไปด้วย ... ไม่สนแล้วเดี๋ยวไปให้พี่เค้าจัดทรงให้ใหม่ก็ได้วะ ...
“ก็แค่เนี้ยพูดยากตรงไหน ...” คนตัวโตว่าแล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนขอบของอ่างล้างมือที่เป็นเค้าเตอร์ยาว ... “ชารู้ปะ ... เต๋าอ่ะหงุดหงิดอยู่ตั้งนานคิดว่าชาโกรธอะไร ...”
“บอกแล้วไม่ได้โกรธ ...”
“อื้อ ... คำว่าชอบมันดีกว่าคำว่าโกรธแน่ๆ” เต๋าพูดยิ้มๆ
“แล้วจะพูดย้ำซ้ำๆทำไมว่าชอบวะเนี่ยยยย ...” คชาเอามือปิดหน้า ... ไม่ใช่เขินนะ ... อายเว้ย !!!
“ก็จะได้รู้ไงว่าชาชอบเต๋าจริงๆ”
“หุบปากเลยเหอะ ... ได้ทีเอาใหญ่” คนตัวเล็กพูดแล้วกอดอกฮึกฮัดอย่างไม่พอใจ
“ได้งั้นไม่พูดและ” เต๋าว่าแล้วกระโดดลงมายืนเต็มความสูง “ในเมื่อได้ทีเอาใหญ่แล้ว ... ก็ขอเอาใหญ่ๆอีกหลายๆทีไปด้วยเลยแล้วกัน ...”
พูดจบก็กดริมฝีปากที่แก้มซ้ายหนักๆไปหนึ่งทีอย่างคนหมั่นเขี้ยว ...
“เฮ้ย ... เดี๋ยวๆๆ ...” คชาร้องห้ามทั้งดันตัวอีกคนออกห่างก่อนจะถอยไปจนหลังติดกับกำแพงด้านหนึ่ง “มันคนละเรื่องกันเว้ย ...”
“ใครบอกเรื่องเดียวกันเห็นๆ ...” เต๋าไม่พูดเปล่าเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ “ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวทำให้ดูอีกที ...”
“หยุดนะเว้ย !!!” คชาหันไปคว้าเอามอบที่พนักทำความสะอาดคงจะลืมทิ้งไว้ในห้องน้ำ “เข้ามาอีกทีพ่อเอาไม้มอบตีแน่ !!!”
ยื่นคำขู่ที่เจ้าตัวคิดว่ามันน่ากลัวที่สุด ... ทำให้คนถูกขู่ถึงกับหลุดขำเบาๆ
“งั้นวันนี้ยอมก่อนก็ได้ ...” เต๋ายกมือขึ้นทำท่าเหมือนยอมแพ้ ทำให้คชาค่อยอาวุธเฉพาะกิจลง “ยังมีเวลาอีกเยอะ ...”
“เวลาอะไร ... ไม่มีแล้วเว้ย ...”
“เวลาที่เต๋าจะได้ ... “เอาใหญ่” แบบเมื่อกี้อีกไง ...” พูดจบก็เดินอารมณ์ดีร้องเพลงออกไป ทิ้งให้คนถูก “เอาใหญ่” น่ะยืนเหวออยู่คนเดียว ...
ไม่รู้เหมือนกันว่าต่อไปจะเป็นยังไง ... ไม่รู้ว่าจะถูกเต๋าแกล้งให้เป็นเหมือนวันนี้อีกแค่ไหน ... แต่ที่คชารู้วันนี้ ...
โอ้ย ... ไม่อยากพูดเลยแฮะ ... มันเขินยังไงไม่รู้ ... จะมีคนมองว่าเค้าเป็นผู้ชายใจง่ายหรือเปล่า ...
ก็เค้าน่ะ ... โคตรมีความสุขเลย
พอเถอะ ... เขินจะแย่แล้วววววว >///<
.
.
.
.
“พี่ต้นๆ” เจมส์ที่นั่งอยู่ข้างพี่ชายคนสนิทสะกิดคนที่สวมหูฟังด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่อยากรู้อยากเห็น
“อะไร ... สั้นๆ อย่าเวิ่น ...” ต้นแสร้งพูดเหมือนคนอารมณ์เสีย
“ที่พี่เล่าให้ฟังเมื่อกี้ใช่ปะ ... แบบ ไหนพี่บอกจะช่วยพี่คชาไง ...”
“ใครบอกว่าชั้นจะช่วยฝั่งคชา ... ชั้นบอกว่าช่วยชงเฉยๆต่างหาก ...”
“อ้าวงั้นพี่คชาก็โดนหลอกอ่ะดิ ... โหยเสียเปรียบพี่เต๋าชัดๆพี่ต้นให้ท้ายส่งพานถวายขนาดนี้อ่ะ ...”
“เสียเปรียบตรงไหน ... คชาได้ได้เต๋าไปทั้งคน แบบนี้เค้าเรียกได้เปรียบชัดๆ” ต้นพูดแล้วทำหน้าไม่สนใจทั้งใส่หูฟังกลับไป แต่แล้วมันก็ถูกดึงออกอีกครั้ง “อะไร”
“ได้เปรียบ ... เหมือนที่พี่ได้เปรียบที่มีผมใช่ปะ?” เจมส์ว่าทั้งชี้มาที่ตัวเอง
“อย่าเวิ่นได้ปะเจมส์” พูดทั้งใส่อารมณ์ให้เหมือนโกรธแต่ที่มุมปากคนตัวโตกว่าก็เห็นว่ามุมมีรอยยิ้มปรากฏอยู่
“ไม่เวิ่นตอนนี้ก็ได้ ... เดี๋ยวกลับบ้านแล้วผมค่อย “เวิ่น” ให้พี่ฟังก็ยังไม่สายเนอะ”
.
.
.
.
Fin*~
4,805 คำ 17,233 อักขระ ณ บรรทัดนี้
edit @ 4 Dec 2011 01:31:26 by AMPii~*
edit @ 4 Dec 2011 02:17:47 by AMPii~*